มติมหาเถรสมาคม
ครั้งที่ 04/2569
มติที่ 101/2569
เรื่อง แนวปฏิบัติการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร การเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารของวัดและแนวทางการจัดทำบัญชีรายรับ - รายจ่าย และรายงานเงินคงเหลือของวัด หรือแบบบัญชีมาตรฐานของวัด
ในการประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ ๔/๒๕๖๙ เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เลขาธิการมหาเถรสมาคม เสนอว่า ในคราวประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ ๑๖/๒๕๖๘ เมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๘ ที่ประชุมได้มีมติที่ ๔๙๕/๒๕๖๘ เรื่อง แนวปฏิบัติการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร การเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารของวัด และแนวทางการจัดทำบัญชีรายรับ บัญชีรายจ่าย รายงานเงินคงเหลือของวัดหรือระบบบัญชีมาตรฐานของวัด เห็นชอบแนวปฏิบัติ การเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร การเบิกถอนเงิน จากบัญชีเงินฝากธนาคารของวัด และแนวทางการจัดทำบัญชีรายรับ บัญชีรายจ่าย รายงานเงินคงเหลือ ของวัด หรือระบบบัญชีมาตรฐานของวัด โดยมอบสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กำหนดแบบบัญชีรายรับ บัญชีรายจ่าย และรายงานเงินคงเหลือของวัด ให้ดำเนินการตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๘ เป็นต้นไป นั้น สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยกองส่งเสริมการจัดการศาสนสมบัติของวัด พิจารณาตามข้อเสนอของวัดและข้อเสนอของสมาคมธนาคารไทย รวมถึงข้อเสนอจากพระภิกษุสงฆ์แล้ว เพื่อให้การดำเนินการเกี่ยวกับเงินฝากธนาคารของวัด มีความสะดวกและเป็นไปตามยุคสมัย จึงเห็นควรนำเสนอมหาเถรสมาคมเพื่อโปรดพิจารณาดังนี้ ๑. เห็นสมควรยกเลิกมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ ๑๖/๒๕๖๘ มติที่ ๔๙๕/๒๕๖๘ เมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๘ เรื่อง แนวปฏิบัติการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร การเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารของวัด และแนวทางการจัดทำบัญชีรายรับ บัญชีรายจ่าย รายงานเงินคงเหลือของวัด หรือระบบบัญชีมาตรฐานของวัด ๒. เห็นชอบแนวปฏิบัติการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร การเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารของวัด และแนวทางการจัดทำบัญชีรายรับ - รายจ่าย และรายงานเงินคงเหลือของวัด หรือแบบบัญชีมาตรฐานของวัด ดังนี้ ๑. กำหนดแนวปฏิบัติในการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร การเบิกเงิน การถอนเงิน การโอนเงิน จากบัญชีเงินฝากธนาคารของวัดและการเก็บรักษาบัญชีเงินฝากธนาคารของวัด ดังนี้ การเปิดบัญชีและการเบิกถอนเงินฝากธนาคารของวัด ๑.๑ การเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร ให้เปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคาร ที่มีสำนักงานตั้งอยู่ในเขตจังหวัดที่วัดตั้งอยู่หรือจังหวัดที่มีเขตติดต่อใกล้เคียงกับที่ตั้งของวัด ๑.๒ ระบุชื่อบัญชีเงินฝากธนาคารว่า เงินของวัด.......... หรือ วัด ..... หรือ เงินของวัด............ เพื่อค่าใช้จ่ายหรือกิจการอื่นที่เกี่ยวข้องกับวัด หรือ วัด ..... เพื่อค่าใช้จ่ายหรือกิจการอื่นที่เกี่ยวข้องกับวัด ห้ามมีคำว่าโดย หรือเพื่อ .. (บุคคลใดบุคคลหนึ่ง) ต่อท้ายชื่อวัด ๑.๓ วัดสามารถเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารตามข้อ ๑.๒ เป็นแบบมีสมุดคู่ฝาก หรือไม่มีสมุดคู่ฝาก (E-passbook) ๑.๔ ผู้มีอำนาจลงนามสั่งจ่ายเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารของวัด อย่างน้อยสามรูป/คน ประกอบด้วย ๑. เจ้าอาวาส ๒. ไวยาวัจกร และ ๓. บุคคลที่เจ้าอาวาสเห็นสมควร ๑.๕ เงื่อนไขการสั่งจ่ายเงินอย่างน้อยสองในสาม โดยมีเจ้าอาวาสลงนามสั่งจ่าย ด้วยทุกครั้ง ๑.๖ การถอนเงินฝากธนาคารของวัด หรือการโอนเงินจากบัญชีของวัด สามารถดำเนินการได้ทั้งแบบใช้ใบถอนเงินของธนาคาร ใบโอนเงินฝากธนาคาร หรือเช็ค หรือเอกสารประกอบการถอนเงิน โอนเงิน ตามที่ธนาคารกำหนด หรือระบบธุรกรรมออนไลน์ตามที่ธนาคารกำหนด ทั้งนี้ การดำเนินการในข้อนี้ต้องกระทำโดยผู้มีอำนาจและเงื่อนไข ตามข้อ ๑.๔ และข้อ ๑.๕ ๑.๗ วัดอาจพิจารณาใช้ระบบเทคโนโลยีดิจิทัล ธุรกรรมออนไลน์หรือผลิตภัณฑ์อื่น ตามที่ธนาคารกำหนด ได้ตามความเหมาะสมสำหรับใช้ในการทำธุรกรรมเกี่ยวกับบัญชีเงินฝากธนาคารของวัด ทั้งนี้ การดำเนินการในข้อนี้ต้องกระทำโดยผู้มีอำนาจและเงื่อนไข ตามข้อ ๑.๔ และข้อ ๑.๕ ๑.๘ ให้วัดดำเนินการตามแนวปฏิบัติในการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร การเบิกเงิน การถอนเงิน การโอนเงิน จากบัญชีเงินฝากธนาคารของวัด และการเก็บรักษาบัญชีเงินฝากธนาคารของวัด ให้เป็นไปตามมติมหาเถรสมาคมฉบับนี้ ก่อนหน้านั้นหากวัดใดดำเนินการไม่เป็นไปตามมติมหาเถรสมาคมฉบับนี้ ให้แก้ไขปรับปรุงให้เป็นไปตามมติมหาเถรสมาคมฉบับนี้ การเก็บรักษาบัญชีเงินฝากธนาคารของวัด เอกสาร หลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเงินฝากธนาคารของวัด ให้เก็บรักษาไว้ ณ ที่วัด ในที่ปลอดภัยไม่ให้สูญหาย ๒. การจัดทำบัญชีรายรับ - รายจ่ายของวัด และรายงานเงินคงเหลือของวัด หรือแบบบัญชีมาตรฐานของวัด ดังนี้ ๒.๑ ให้วัดทุกวัดจัดทำบัญชีรายรับ - รายจ่ายของวัดและบันทึกบัญชีทุกครั้ง ที่มีรายการรับและรายการจ่าย พร้อมให้สรุปเป็นรายเดือน และรวบรวมบัญชีรายรับ - รายจ่ายของวัด เป็นรายเดือน จำนวน ๑๒ เดือน (เดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคม) ส่งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดแล้วแต่กรณี ภายในวันที่ ๒๐ มกราคมของปีถัดไป โดยสำเนาเอกสารไว้ที่วัดด้วยทุกฉบับ ในส่วนเอกสารหลักฐานประกอบรายรับ - รายจ่าย ให้เก็บไว้ที่วัด เพื่อรับการตรวจสอบ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ๒.๒ ให้วัดจัดทำรายงานเงินคงเหลือของวัด โดยจัดทำ ณ วันสุดท้ายของเดือน เป็นประจำทุกเดือน โดยให้รายงานทั้งเงินสด เช็ค และเงินฝากธนาคารที่เป็นบัญชีของวัดทุกบัญชี ที่ชื่อบัญชีเป็นชื่อของวัด และรวบรวมส่งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดแล้วแต่กรณี ภายในวันที่ ๒๐ มกราคมของปีถัดไป โดยสำเนาเอกสารไว้ที่วัดด้วยทุกฉบับ ๒.๓ ให้วัดทุกวัดพิจารณาใช้แบบบัญชีมาตรฐานสำหรับวัดของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในการบันทึกบัญชีของวัด ซึ่งหากวัดใดได้นำระบบบัญชีมาตรฐานสำหรับวัด ใช้ในการบันทึกบัญชีของวัดแล้ว ไม่ต้องดำเนินการจัดทำข้อ ๒.๑ และข้อ ๒.๒ อีก แต่วัดต้องรายงานบัญชีมาตรฐานสำหรับวัด ส่งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดแล้วแต่กรณี ภายในวันที่ ๒๐ มกราคมของปีถัดไป โดยสำเนาเอกสารไว้ที่วัดด้วยทุกฉบับ ทั้งนี้ ในการจัดทำแบบบัญชีมาตรฐาน สำหรับวัด ให้วัดพิจารณาได้ตามความเหมาะสมของวัด ๒.๔ กรณีวัดที่มีรายชื่ออยู่ในโครงการจัดทำบัญชีมาตรฐาน (สำหรับวัดนำร่อง) ให้จัดทำบัญชีระหว่างเดือนตุลาคม - มิถุนายน ในปีถัดไป และนำส่งรายงานให้แก่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ภายในเดือนสิงหาคม ๓. ให้วัดทุกวัดพิจารณาใช้ระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) มาใช้สำหรับรองรับข้อมูลการรับบริจาคตามความเหมาะสมของวัด ๔. ให้เจ้าอาวาสปฏิบัติตามมติมหาเถรสมาคมฉบับนี้ และให้เจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ กำกับ กำชับ ติดตาม และดูแลเจ้าอาวาสในเขตปกครอง ให้บริหารศาสนสมบัติของวัด ให้เป็นไปตามพระธรรมวินัย พระราชบัญญัติ กฎหมาย กฎกระทรวง ระเบียบ มติ และคำสั่งที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด หากไม่ปฏิบัติตามย่อมมีความผิดฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการและมีโทษได้ ๕. มอบหมายสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ดำเนินการ ดังต่อไปนี้ ๕.๑ กำหนดแบบบัญชีรายรับ - รายจ่ายของวัด และรายงานเงินคงเหลือของวัด ตามมติฉบับนี้ ๕.๒ ให้คำแนะนำแก่วัดในการจัดทำบัญชีรายรับ - รายจ่ายของวัด และรายงานเงินคงเหลือของวัด ๕.๓ ให้มีหน้าที่ในการกำกับ ดูแล ตรวจสอบ หรืออาจจะประสานงานกับหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบ เช่น สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานตรวจสอบภายในระดับจังหวัด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เป็นต้น เพื่อทำการตรวจสอบบัญชีรายรับ - รายจ่ายของวัด และรายงานเงินคงเหลือของวัด พร้อมทั้งเอกสารหลักฐานประกอบได้ตามความเหมาะสม และให้รายงานการตรวจสอบให้มหาเถรสมาคมทราบ ๖. ให้ดำเนินการตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๘ เป็นต้นไป สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เห็นควรเสนอมหาเถรสมาคมเพื่อโปรดพิจารณา ที่ประชุมพิจารณาแล้วมีมติ ดังนี้ ๑. อนุมัติให้ยกเลิกมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ ๑๖/๒๕๖๘ มติที่ ๔๙๕/๒๕๖๘ เมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๘ เรื่อง แนวปฏิบัติการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร การเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารของวัด และแนวทางการจัดทำบัญชีรายรับ บัญชีรายจ่าย รายงานเงินคงเหลือของวัด หรือระบบบัญชีมาตรฐานของวัด ๒. เห็นชอบแนวปฏิบัติการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร การเบิกถอนเงิน จากบัญชีเงินฝากธนาคารของวัด และแนวทางการจัดทำบัญชีรายรับ - บัญชีรายจ่าย รายงานเงินคงเหลือของวัด หรือแบบบัญชีมาตรฐานของวัด ตามที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเสนอ ๓. มอบสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แจ้งเจ้าคณะจังหวัด ทั้ง ๒ นิกาย ๔. วัดควรพิจารณาฝากเงินไว้กับสถาบันการเงินที่มีความมั่นคงสูง ที่อยู่ในกำกับของรัฐ เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยง และรักษาผลประโยชน์สูงสุด และห้ามนำเงินไปลงทุนในกองทุนต่าง ๆ ตลอดจนการลงทุนทางธุรกิจ หรือการดำเนินการใด ๆ ซึ่งก่อให้เกิดรายได้ หรือผลประโยชน์ส่วนบุคคลโดยไม่เกี่ยวข้องกับกิจการวัด และดำเนินการให้เป็นไปตามมติมหาเถรสมาคม
เอกสารประกอบเพิ่มเติม
เอกสารประกอบ 1 : 04100269_101 แนวปฏิบัติการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร การเบิกถอนเงิน ฯ_0001.pdf (2.87 mb)
จำนวนเข้าดู : 3732
ปรับปรุงล่าสุด : 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 15:08:22
ข้อมูลเมื่อ : 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 13:27:55
















